Profil von marutamarutaFotosBlogListen Extras Hilfe

maruta minerals

Beruf
Ort
Rock is so hard but our hearts are so soft.

maruta

21 Juni

ครึ่งปีเอง พอดีปรับตัวกับการใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยอยู่ฮะ...

..หายไปนานเลยครับพี่น้อง พอดีกลับมาเมืองไทย เจอกับพี่น้องเพื่อนฝูงมากขึ้น บวกกับงานใหม่อีก
เลยไม่ได้เขียนอะไรใหม่ ๆ เลย...
 
                                          "กายภาพ"
 
อันโครงสร้างร่างกายใครว่าไม่              แต่สุดไซร้ใจคิดให้ดีสม
จะอ้วนดำคล้ำซ้ำโง่บรม                         ไร้คนชมสมน้ำหน้าที่เกิดมา
อันตัวเราร่างกายใช่ที่ว่า                         ดูไร้ค่าทำใจให้ผวา
เหมือนโดดเดี่ยวเดียวดายแต่ใดมา        ไม่เคยกล้าแม้คิดหาคนเห็นใจ
 
อันโคลงกลอนพลันสนองความรู้สึก         เพียงตราตรึกระลึกสื่อจากใจหวัง
ยังไร้ค่าพาเศร้าอย่างจริงจัง                  ดั่งถูกบังความคิดปิดกั้นกลอน
ไร้คนอ่านคนรู้คนซึมซับ                         คนประดับประทับใจไม่ถอดถอน
คนที่อยู่คู่กันทุกคำวอน                          คนออดอ้อนงอนง้อก็ไม่มี...
 
                                                                                มะรุตะ
 
..เอาเป็นว่า ช่วงนี้ อาจจะมีอารมณ์ระบายความในใจอะไรมากขึ้นละกันนะ..
 
23 Dezember

...เดือนหน้าจะกลับไปอยู่ไทยแล้ว ดีใจจัง...

...งานหนักมาก เพิ่งจะมีโอกาสอัพ เดือนหน้าจะกลับไปอยู่ไทยแล้ว ดีใจจัง...
 
 
                                           "เพียงแค่"
 
          เพิ่งรู้ว่าเวลาที่ผันเปลี่ยน                พาขีดเขียนเรียนร่ำนำความหวัง
      ถึงตรงนี้ตรงที่มีจริงจัง                        เพรียงพร้อมดังตั้งใจมิไกลเกิน
      วันเวลาพาเดินเกินความคิด                ทั้งใจจิตคิดหน้าไม่ขัดเขิน
      อนาคตสร้างไว้ไม่ไกลเกิน                 อย่างน้อยเดินยังรู้สู้เพื่อใคร
      อาจเป็นแรงกายใจในทุกสิ่ง                อาจเป็นยิ่งสิ่งไหนใครเปลี่ยนได้
      อาจเป็นดั่งพลังสร้างเหนืออื่นใด          อาจเป็นใจดวงเดียวที่เฝ้ารอ
      นั่งละเมอเพ้อฝันพลันตื่นกลับ             สิ่งแลลับวับหายไปแล้วหนอ
      สู่ความจริงยิ่งคิดก็ยิ่งท้อ                     เพียงแค่ขอต่อฝันพลันเป็นจริง...
 
                                                                                             มะรุตะ
 
... ขุดมาให้อ่าน ไปเจอพอดี แล้วจะเริ่มเขียนอะไรใหม่ ๆ ให้อ่านอีก จริง ๆ แล้วเขียนไว้บทนึง แล้วทำตกที่หน้าเหมือง เลยไม่อยากเขียนอีก เพืงกลีบมารู้สึกอยากเขียนอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน...
10 September

แหะ แหะ หายไปนานเลย...

           หายไปซะนานเลย... เอากลอนซ่อนคำถามได้เดาเล่นละกันนะ...
 
 
                                                   "........."
 
             เรือลำน้อยลอยล่องกลางสายลม        หันอากาศพ้นท้องลำเริอ
      ไก่สองตัวคลอเคล้าเฝ้าจุนเจือ                   เอ!ไก่คู่เอื้อเฟื้อยืนทำไม
      ธงสะบัดโบกสู่พื้นท้องนภา                         อ่างใส่น้ำส่องหน้าธงไทย
      ทั้งหกประโยคล้วนมีคำใน                           คนเก่งของใครจงคิดให้ดีดี...
 
                                                                                       มะรุตะ           
 
 
        ที่จุดนั่นอ่ะ คำตอบ หุหุ
 
               คำใบ้
                 คนคนนี้มีเพียงเสียงอักษร        แทนคำวอนบอกจิตพิศมัย
        เขาเปิดปากไม่เป็นช่นใครใคร           รักก็ได้เพียงพร่ำเป็นคำกลอน
04 August

อาทิตย์หน้ากลับบ้านแร้ว...

เย่ ๆ อาทิตย์หน้าหนีกลับไทยแระ หุหุ... ว่าจะแว่บไปแถวจุฬาซะหน่อย ช่วงนี้ จะมีดอกจามจุรีให้เห็นมั๊ยน๊อ...
 
                                                              "จามจุรี"
 
                         จามจุรีดอกงามตามพักตร์เจ้า         จามจุรีของเราเฝ้าใฝ่หา
                  จามจุรีหวังสู่คู่กายา                             จามจุรีข้าพามาให้คุณ...
                                                                                          มะรุตะ
 
 
สั้น ๆ ง่าย ๆ เงี้ยแหละเนอะ คิดถึงกับแกล้มที่สามย่านละ...
31 Juli

...มาลองเข้าถึงคนหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินกัน..

... ต่อกันที่เดิมมีโอกาสไปช่วยเค้าช่วงเกี่ยวข้าว แค่ช่วยเข้าแบกมัดข้าวก็เหนื่อยแย่แล้ว คันมาก ๆ เลยไม่อยากคิดถึงกรรมวิธีแต่ละขั้นตอนเลย...
 
                                                 "นา"
 
        สมัครสมานสามัคคีผองน้องพี่      ย่างเข้าที่นาผืนใหญ่เสมอ
    เป็นความดีมีใจไม่เคยเจอ                มองแล้วเออต่างกับสังคมเมือง
    สองขาก้าวมือเกี่ยวแรงแข็งขัน         พร้อมประจันตักตวงรวงข้าวเหลือง
    เต็มใจทำมอบให้ไม่ขุ่นเคือง             พารุ่งเรืองประเทืองแท้แก่หมู่ชน
 
        พอได้กาลสานต่องานให้เสร็จ      ความสำเร็จเกิดได้ทุกแห่งหน
    ฟ่อนข้าวสอดใส่ไปหลังเครื่องยนต์   เศษลอยปนพ่นกระเซ็นเป็นกองฟาง
    ส่วนที่เหลือออกมาคือข้าวเปลือก      คอยคัดเลือกกระสอบใส่ไม่โผงผาง
    มัดขึ้นรถขนกลับจับที่ทาง                เพรียงพร้อมวางความอยู่รอดตลอดปี...
                                                                                   มะรุตะ
 
...คนที่นั่น ส่วนใหญ่ทำนาเพื่อเก็บข้าวไว้กินตลอดปี ไม่เหมือนภาคกลาง ถ้ามีโอกาสไปเห็นเค้าทำ จะรู้สึกเห็นความสำคัญของข้าวแต่ละเม็ดจริงจริง... 
29 Juli

ว่าด้วยเรื่องคุณหมอ...

...เขียนไว้ที่สถานีอนามัยบ้านบ่อแก้ว หมู่บ้านเล็ก ๆ ระหว่างหุบเขา แห่งหนึ่ง ในจังหวัดแพร่ เรื่องของเรื่องคือ พี่ ๆ ที่ช่วยทำงานสำรวจพลอย ขอให้ร่ายคำสวย ๆ ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่กำลังจะย้ายออกจากหมู่บ้าน หลังจากที่ทำงานที่นั่นมากว่า 16 ปี งานนี้น้ำตาคลอกันเป็นแถวเลย...

 

                            "หมอ"

 

         สิบหกปีชีวีที่บ่อแก้ว        คงไม่แคล้วความดีมีล้นหลาย

   รักษาโศกโรคภัยใครมากมาย       ให้สุขกายสบายใจไปทั้งบาง

   ฝนกระหน่ำซ้ำแดดแผดลงหน้า      คุณหมอกล้าท้ารักษ์จักถากถาง

   ทั้งเช้าค่ำย่ำเย็นเห็นงานกลาง        อีกนำทางเอื้อเฟื้อเจือจุนคน

 

       หมู่ชาวบ้านพานคิดจิตวิตก      คนเคยยกเคยย่องต้องลาหาย

   แม้ทั้งรู้อยู่รอดปลอดสบาย          จำจากย้ายงานการเพื่อความคง

   ยามก่อนปลุกทุกข์ภัยใคร่มาหา      คุณหมอพาท้าสุขสนุกหลง

   แต่ตอนนี้หมอไปใจพะวง          เหมือนขาดตรงคนนี้ที่เคยมี

 

         ถึงคราวไปให้ประสบพบสำเร็จ    เปรียบเป็นเพชรเม็ดงามตามความหลัง

   อยู่หนไหนใครใคร่ใจจริงจัง             จงเหมือนดั่งอยู่นี่มีสุขใจ

   แม้ดำเนินเดินทางพลางสวัสดิ์           ไร้อุบัติเหตุภัยได้สดใส

   การงานรุ่งขั้นขึ้นทุกปีไป                บรรจบชัยคิดรอดตลอดกาล

 

        หากไปแล้วคิดถึงพึงคืนกลับ      อย่าไปลับกลับมาหาเพื่อนผอง

   หมู่ที่รักพรรคพ้องคล้องปรองดอง       ประคับประคอง"บ่อแก้ว"แผ้วเจริญ

   คนที่นี่ตั้งตารอหมออยู่                กลับคืนสู่หมู่ชนคนทั้งหลาย  

   เหมือนเดิมดั่งเคยร่ำค่ำเคียงกาย        มิเสื่อมคลายผองเรายังเฝ้ารอ...

                                                       มะรุตะ

 

...เพียงสื่อความรู้สึกดี ๆ ความผูกพันจากคนทั้งหมู่บ้าน ให้คน ๆ หนึ่งที่กำลังจะจากไป...

24 Juli

ถ้าถามทำไม ก็ต้องตอบเหตุผลไป...

...สั้น ๆ ง่าย ๆ  กับ สี่คำถาม-คำตอบ ที่เห็นกันอยู่ในสังคมปัจจุบัน อ่านทีละสีนะครับ แล้วมันจะจับคู่กันเองอยู่แล้ว...

 

                                 "รักเดียว...รักจริง"

 

       ทำไมคนใจรักไม่เป็นหนึ่ง           เพราะคนชอบรักแล้วรักเล่นอีก

   ทำไมซึ้งกับใครไปหลายหน        เพราะได้หลีกหลบเลี่ยงเคียงความหลง

   ทำไมเห็นเอ็นดูทุกผู้คน              เพราะทำไปไร้ใจใคร่คืนคง

   ทำไมตนรักเดียวเพรียวหัวใจ       เพราะความตรงของเราเฝ้ารักจริง...

                                                                            มะรุตะ

 

...อยากให้เป็นคำถาม-คำตอบแบบบรรทัดที่ 4 กันจังเลย เดี๋ยวนี้ เจอแบบ 3 ข้อแรกเยอะมาก ๆ พอทำกันแบบนั้น ก็กลายเป็นวัฎจักรกันไป ไม่มีวันสิ้นสุด แย่จัง...

 

22 Juli

ธรรมชาติกับมนุษย์...

...มาว่ากันเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติกันบ้างดีกว่า ยาวนิดนึงนะ แต่ได้ข้อคิดดี ๆ เขียนไว้ให้รุ่นน้อง ส่งอาจารย์เป็นวิชาเรียน เกี่ยวกับ การออกค่าย รู้สึกอาจารย์จะให้เอเลย สมัยเรียนเคยออกค่ายกันบ้างมั๊ย...
 
                                        "ธรรมชาติกับมนุษย์"
 
     ค่ายพักแรมแย้มสัมพันธ์สองอันสิ่ง      แหล่งพักพิงสิงสัตว์จัดถนอม
  คือป่าถ้ำธรรมชาติสิ่งแวดล้อม               ที่ควรน้อมพร้อมรักษาพาอยู่คง
  เป็นจุดเชื่อมฉุดคนสนใจรัก                  จากเคยจักมักง่ายสลายหลง
  ให้กลับชอบมอบค่าท้ายืนยง                 เพียรดำรงคงไว้ใจแลดู
 
    กล่าวถึงความเลิศล้ำธรรมชาติ            ก้องประกาศคาดคว้าคุณค่าเหลือ
  เป็น"อาหาร"จานใหญ่ให้จุนเจือ            และเอื้อเฟื้อหยูก"ยา"พาสุขใจ
  อีก"เครื่องนุ่ง"มุงลาน"บ้าน"สานก่อ       จากไม้รอต่อเติมเสริมสดใส
  อยู่ที่เราเฝ้าใช้กันอย่างไร                     ปล่อยเป็นไปใคร่ตามความพอดี
 
     ทั้งคือปอดฟอกอากาศสู่มนุษย์           ยิ่งยื้อยุดฉุดทำน้ำคงฝน
  ต้องตกแต่ตามกาลนานพอทน              เพื่อมวลชนพ้นทุกข์สุขสำราญ
  เป็นแหล่งเดียวเที่ยวคลายสบายจิต       เคยเครียดคิดผิดเป็นสนุกสนาน
  ส่องสรรสร้างสิ่งสวยสดสุดเบิกบาน       เพรียงพร้อมงานการสู้คู่ต่อไป
 
    หน้าที่เราปรองดองเพื่อป้องปก            เป็นมรดกตกไปในรุ่นหลัง
  ให้แหล่งเหลือเอื้อประโยชน์ดังกองคลัง  อย่าผุพังแตกสลายกลายจากคน
  เตือนลูกหลานห้ามผลาญไม้ทำลายป่า   อีกทั้งล่าสัตว์สงวนล้วนผิดผล
  หรือน้ำเสียอากาศพิษจิตหมองมน          ขยะล้นมลภาวะจะเสื่อมโทรม
 
    ออกกฎหมายครองคุ้มคุมเคร่งครัด       กำหนดจัดบทลงโทษอย่างสาสม
  มอบความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ชม             จากสังคมครอบครัวทั้วถิ่นไทย
  ชีวิตคนไม่พ้นธรรมชาติ                       มนุษย์คาดหวังโกยโชยหลงใหล
  ไม่เคยคิดถามกลับว่าทำไม                  คุณได้ให้อะไรสิ่งรอบตัว...
                                                                            มะรุตะ
 
      ... ได้อ่านประโยชน์ของธรรมชาติ หน้าที่ การแก้ปัญหา จากคำที่เรียงร้อย สอดประสานข้างต้น ก็ช่วย ๆ กันดูแลมันไว้ดี ๆ ละกันนะ...         
20 Juli

ช่วงนี้คนเกิดกันเยอะเหมือนกันนะ...

... แวบไป แวบมาบล็อคนู้น บล็อคนี้ มีคล้ายวันเกิดกันเยอะ เนอะ เอาฉันท์วันเกิดที่เขียนไว้ มาให้อ่านละกัน บทนี้ สัมผัสเสียงก็สนุกไปอีกแบบ เป็นเสียง ครุ-ลหุ ในลักษณะหนึ่งต่อสาม คือ ครุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ลหุ-ลหุ (หนักเบาเบาเบา-หนักเบาเบาเบา) ลองอ่านเล่นดูนะ...

 

                                                "สุขสันต์วันเกิด"

       "ณ คล้ายวันเกิด ประเสริฐเพริศพราย   ละทุกข์สุขกาย สบายใจทั่ว

   และได้สมหวัง ประดังยังตัว                  ศตรูจงกลัว ชะตาขาดไป

   จะมีโชคล้น ผละพ้นคนทราม                สะคราญความงาม เผชิญตามใจ

   พลังแรงกล้า กระหยิ่มยิ่งใหญ่                ทะลายโรคภัย มิคลายเบียดเบียน

   จะเรียนที่ขอ รึงานที่อยาก                     พะวงหลายหลาก ตริไว้ในเศียร

   ก็ผ่านไปได้ เพราะด้วยความเพียร          พยายามเรียน นะคุณทุกครา

   กระผมผู้นี้ จะใช้ไสยช่วย                       และมอบใจด้วย มิม้วยหรอกหนา

   จะข้างเคียงคำ ยุจำนรรจา                     มุสู่ทางหน้า ประสบร่มเย็น.."

                                                                              มะรุตะ

... แม้จะไม่ใช่วันคล้ายวันเกิด ใครที่หลวมตัวเข้ามาอ่าน ก็ขอให้มีความสุข ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคนนะครับ...

18 Juli

วิชาเรียน สมัยปีหนึ่ง...

...ว่ากันเรื่องวิชาเรียนบ้างดีกว่า เขียนไว้ตอนปีหนึ่งที่ วิดยา จุฬา จะเขียนกลอนวิชาที่อักษรก็กระไรอยู่ หุหุ บทนี้ เป็นฉันท์ อ่านแล้วก็สนุกไปอีกแบบ คือทุกวรรคจะเป็นเสียงครุ-ลหุ (หนัก-เบา) สลับกันไปจนจบ ลองอ่านดูนะ...
 
 
                                      "ปีหนึ่ง"
 
           วิชาอะไรก็ไม่ afriad             จะไทยรึเทศก็มิผยอง
     "ฟิสิกส์"รึยากประคับประคอง       เฉลิมฉลองพลุซีทะเล
     กะ"ชีวะ" choice ไม่ค่อยจะยาก    กระโตกกระตากละจากละเขว
     แน่ะ! "chem" ขมังประดังประเด   ระนาดระเนเพราะเรื่องวิธี 
     เอ๊ะ! "cal" ขยับขยักขย่อน           แตะเสร็จก็ก่อนประสบสุขี
     และ"ต่างประเทศ"ผจงซะดี         ผงาดฤดีระมัดระวัง
                                                              มะรุตะ
 
...ก็มี ฟิสิกส์ ที่ซีกันเยอะมากมาย ชีววิทยาที่ข้อสอบเป็นตัวเลือกอยู่วิชาเดียว เคมีก็ถึก เยอะมากไม่เคยทำทัน ที่เหลือ แคลคูลัส กับ ภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีอะไร....
 
 
16 Juli

เอาภาษาเพื่อนบ้านมาหาสัมผัสเล่นกัน...

     ...วันนี้อ่านยากสักนิดเน่อ ลองมาดูการเล่นคำจากภาษาต่างประเทศกันบ้าง เราเรียกกันว่า "บาฮาซา" เป็นภาษาที่ใช้ทางการของอินโดนีเซีย รากศัพท์มาจาก บาลี สันสกฤต เหมือนไทยเราเนี่ยแหละ ลองอ่านคำอ่าน (สีน้ำเงิน) เป็นบทสัมผัสดูเน่อ แถมคำเขียนกับคำแปลไว้ให้ละ เผื่อได้เอาไปใช้เล่นกัน...

 

                   "รินดู กามู"

               "Rindu Kamu"

                "คิดถึง คุณ"

   ปีกีร์กัน     กามู          รินดู   เซอกาลี

  pikirkan    kamu       rindu    sekali

คิดเกี่ยวกับ   คุณ        คิดถึง   ทีเดียว

 

  ตั๊ก เมอเงอร์ตี         เกา เกอ มานา

 tak  mengerti         kau ke  mana

 ไม่     เข้าใจ            คุณ ไป  ไหน

 

   ซาละห์ อากู            ตั๊ก  ฮู้   อาปา

    salah   aku            tak hu   apa

   ผิด(ที่)  ผม              ไม่  รู้    อะไร

 

    บาไกมานา           เกอเตอมู ลากี

    bagaimana          ketemu   lagi

    ทำอย่างไร            พบคุณ    อีก

 

   ซูซ่าห์ เบอตู้ล์          ฮารี อีนี่

    susah bertul          hari ini

    ยาก   จริงจริง          วัน นี้

 

    จาลัน เซินดีรี            มาตี้ อากู

    jalan sendiri            mati aku

    เดิน คนเดียว            ตาย ผม (ผมคงตายแน่ๆ)

 

    อาเตา ซูดะห์            อาดา บารู

     atau sudah             ada baru

     หรือ   แล้ว                มี   ใหม่  (หรือจะมีใหม่แล้ว)

 

   ปาจาร์ อากู              ลังซุง      ฮีลัง

     pajar aku            langsung  hilang

      แฟน  ผม                ทันที      หาย (หายไปโดยทันที)

 

   นางิส อีนี่              เซอร์เปอตี อาบัง

   nangis ini               serpeti   abang

    ร้องไห้ นี้              เหมือน พี่ชาย (เหมือนเป็นแค่พี่ชาย)

 

     มีนุม      บินตัง              อุนตุ๊ก ลูปา

   minum  "bintang"           untuk lupa

   ดื่ม บินตัง(ยี่ฮ้อเบียร์)          เพื่อ   ลืม

 

     ซากิ๊ท เบอร์ตูล              ดารี วานิตา

      sakit    bertul               dari wanita

      เจ็บ    จริงจริง              จาก ผู้หญิง

 

      อัยร์ ดี มาตา                ลังซุง  ตูรูน

       air di mata             langsung turun

       น้ำ ที่  ตา                   ทันที    ลง  (น้ำตาไหลทันที)

                                                     มะรุตะ

 

...ที่มีเครื่องหมายการันต์ตรง ร ล ออกเสียงควบกล้ำ ถ้า ห ออกเสียง หะ ครึ่งเสียงเน่อ ถ้าจะดูเบียร์บินตัง (เบียร์ตราดาว)อยู่ในรูปนะ... 

14 Juli

กุหลาบดอกเดิมในกระจกเงา...

      ...มาว่ากันต่อกับกุหลาบดอกเดิม ใครยังไม่ได้อ่าน รบกวนไปอ่านของวันที่สิบสองสักนิดก่อนนะ เราเอากุหลาบดอกนั้น มาวางหน้ากระจกเงา แล้วมาร้ายคำกันต่อจากดอกไม้ดอกเดิม ในอีกแง่มุมนึงในกระจก...

 

                                          "กุหลาบ...ที่พลิกผัน"

     "กลอนกุหลาบ"เป็นเพียงเรื่องโกหก    หลอกให้ตกหลุมลึกนึกแล้วสม

   "ใบ"ที่เปรียบจุนเจือเอื้อบรม                 กัดฟันชมชื่นชิดมิตรก่อกล

    อันใบนั้นยันแค่เป็น"ไบสัน"                ที่ตัวมันก้าวร้าวเถื่อนถลน

    อีก"หนาม"ยังฟังรู้ดูชอบกล                คือ"สนาม"ฟุตบอลตอนย่ำยี

    "ก้าน"ดอกยาวที่กล่าวไปแล้วนั้น        แท้จริงฉันเอาดอกออกตรงนี้

     เป็น"ก้านยาว"ชื่อทุเรียนเพียรอิ่มดี     ไว้ฟาดที่คนอ่านน่ายินดา

     "กลีบ"ดอกงามไม่งามตามที่คิด         ส่วนลึกจิตพินิจเป็น"กีบ"พม่า

     หรือเทียบกับนับได้แค่"กีบ"ลา          ที่มีค่าต่ำสุดฉุดไม่ทัน

     อ่านไปแล้วมาแล้วอย่าคิดมาก          อย่าคิดอยากไล่เตะคนแต่งนั่น 

     ความจริงที่ร้อยลงปากกาพลัน          แท้จริงฉันอยากให้เห็นอีกมุมมอง...

                                                                                      มะรุตะ

        ...คนเรา ง่ายที่จะมองอะไรในแง่ลบหรือแง่ร้าย บทนี้เขียนต่อจากบทที่แล้วใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีเลย ไม่อยากให้คนทั่วไป คิดกันอย่างงั้นเลย เอาเวลาที่มองอะไรก็ตามในแง่ร้าย ไปทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้นกันดีกว่า...

12 Juli

หากุหลาบดอกงาม ๆ มาสักดอก แล้วมาจินตนาการไปพร้อม ๆ กัน..

... ตั้งใจว่า จะอัพบล็อค ทุก ๆ สองวัน ตอนนี้เริ่มเขียนงานใหม่ ๆ อยู่ชิ้นนึง แต่อารมณ์ยังไม่ถึงสักที เลยยังไม่เสร็จ กลับไปดูงานเก่า ๆ อีกสักบทกันดีกว่า วันนี้เรามาว่าด้วยเรื่องดอกกุหลาบสีชมพู มองแล้วจินตนาการไปอย่างไรกันบ้างครับ...
 
 
                                                 "กุหลาบ...ที่แสนงาม"
 
          "กุหลาบ"หนึ่งซึ่งในดวงใจผม                ขอชื่นชมความดีมีล้นหลาย
   "ใบ"แผ่เผื่อเจือจุนคุณมากมาย                    คงสบายกายใจไปนานวัน
   "หนาม"เหมือนความแหลมคมข่มความหนัก    ปราบอริปฎิปักษ์คู่แข่งขัน
   "ก้าน"ดอกยาวพราวแพรวแผ้วผูกพัน              จำให้มั่นข้าน้อยพลอยยินดี
   "สีชมพู"คู่ดอกบอกให้รู้                                ถึงหญิงผู้สวยหวานพานสดศรี
   "กลีบ"ดอกงามเป็นตามความพอดี                 เปรียบฤดีงามยิ่งสิ่งอื่นใด
   ที่กล่าวมาพาเพียงขอบคุณครับ                     ขอบคุณกลับคำคนคอมเม้นท์ให้
   ขอบคุณอย่างยวดยิ่งและจริงใจ                     ขอบคุณใครขอบคุณเธอผู้แสนดี..."
                                                                                                        มะรุตะ
 
 
..เอิ๊ก ๆ สองบรรทัดสุดท้าย เติมสดเลย เห็นมันสั้นไป หุหุ ดอกกุหลาบที่สวยงาม ควรค่าที่จะอยู่กับคนที่จิตใจดีงามนะ บทนี้ อาจะใช้เวลาแต่ถึงสิบนาที แต่ครั้งหน้า พบกับกุหลาบดอกเดิมในอีกรูปแบบหนึ่ง เขียนไว้ ใช้เวลาแค่ห้านาทีเอง มันยอดมาก...
 
 
10 Juli

สนใจเอาไปใช้ได้เน่อ "ขอเธอกลับคืน"

       ...ต่ออีกสักรอบกับการเขียนร้อยคำเรียงความหมายให้คนอื่น รอบนี้ยาวนิดนึงนะ บทนี้เขียนไว้ให้รุ่นน้องที่ภาควิชา ทำเป็นเพลง ขอคืนดีแฟนคนที่มันเพิ่งสำนึกได้ว่า เค้าเป็นคนที่ดีที่สุด เรื่องของเรื่องคือ มันไปมีใหม่ ใจจริงไม่น่าไปแต่งให้มันเลย แต่อย่างว่า พี่น้องกัน ต้องช่วยเหลือกันวันยังค่ำ...

 

                                          "ขอเธอกลับคืน"

             "แรกพบ...ครั้งนั้นเจอกับเธอ    ก็เผลอ...เพ้อรักเธอ...คนเดียว

       สองเรา...เฝ้าผูกพันธ์ข้องเกี่ยว       เคียงเที่ยว...เพียงเพราะความ...สุขใจ

       กับช่วงชีวิตแสนพิเศษ                   ขอบเขตโลกนี้ช่างดูสดใส

       อยากให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป            เพื่อใคร...คนนั้นที่ฉันรักจริง

              แต่วันเวลาที่ผันเปลี่ยน           สอนบทเรียนอันสำคัญยิ่ง

       มือที่สาม..ผ่านมาพักพิง                 เป็นเจ้าหญิงทำใจให้โลเล

       รักมากมายผ่านมาในชีวิต               ทำใจคิดมากรักจนไขว้เขว

       จะเก็บแรกรักที่เคยทุ่มเท                ก็รวนเร...ถอยห่าง...จากที่เคย

              จนวันที่ฉันตัดสินใจพลาด      ลาขาดจากเธอไปคบคนใหม่

       แม้คำอ้อน..วิงวอน...ขออย่าไป       ไม่แคร์ใจ...ที่เคย...มีให้กัน

       เมื่อความรู้สึกแท้จริงปรากฎขึ้น       ว่าทั้งฝืนกล้ำกลืนทำลายฝัน

       ปล่อยเธอเหงาเศร้าซึมอยู่ทุกวัน     ที่จริงฉัน.....ขาดเธอไม่ลง

                เธอ...คือคนรักและห่วงใย     เธอ...คือใจทั้งหมดของฉัน

        เธอ...คือชีวิตทุกสิ่งนั้น                 เธอ...คือคนที่ฉันรักเธอ

                รู้...ว่าฉันทำผิดพลาดไป       รู้...ว่าใจฉันเฝ้าพร่ำเพ้อ

         รู้...ก็ได้แค่เพียงละเมอ                 รู้...เสมอว่ามันสายไป

               ขอ...อยากขอเธอคืนกลับมา   ขอ...ชะตาเธอกลับคืนฝัน

         ขอ...ให้รู้ว่ายังรักกัน                     ขอ...ให้ฉันและเธอกลับคืน

               ฉัน...คงไม่คบใครอีกเลย        ฉัน...เฉลยรักที่ยังหวัง

         ฉัน...เฝ้าทนคิดอย่างจริงจัง          ฉัน...รอฟังกลับคืนดี..."

                                                                                มะรุตะ

 

... เล่ากันตั้งแต่คบกันครั้งแรก แล้วมีมือที่สามเข้ามา จนมันกลับมาคิดได้ว่า สูญเสียคนที่ดีที่สุดไป แต่ขอบอก ชอบท่อนฮุกมาก ๆ ตั้งแต่คำว่าเธอ ลงมา หุหุ...

08 Juli

ว่าด้วยเรื่อง "ฤดูฝน"

    ...บทนี้ เขียนไว้ตั้งแต่อยู่สุมาตราแล้ว ตอนนั้น เขียนให้พี่สาวคนนึง พี่แกชอบ ฤดูฝนมาก ๆ ชื่อ พี่ตู่ Toorainyseason หุหุ กลับมาบอร์เนียว ก็ยังเจอะเจอกับมันอยู่ เวลาฝนตกที เครื่องจักรในบ่อเหมืองทำงานไม่ได้เลย เดินทางก็ลำบาก เรามามองฤดูฝนกันหลาย ๆ มุมมองดีกว่า ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณคิดเลย...

 

                                                                  "ฤดูฝน"

                                                           ^RainySeason^

                "หยดหยาด"น้ำพร่ำหลั่งรินกระทบ         ยามประสบพบเห็นกระเซ็นสาย

          พรั่งพรูพร้อมเพรียงแยกแตกกระจาย            จากใบไม้เขียวชะอุ่มพุ่มรื่นรมย์

                "หยดหยาด"ใสบริสุทธิ์จากฟ้าฟาก        ดูแล้วอยากเป็นหนึ่งพึงประสม

         คงจะมีอิสระน่าดูชม                                    ลอยตามลมกลมกลืนชื่นชีวา

               "หยดหยาด"นำพาไปในทุกแห่ง             มิกั้นแบ่งคนใครไกลหนักหนา

         ให้เหมือนใกล้จิตใจในแววตา                       หยาดหยดพาหาสิ่งที่เฝ้ารอ

               "หยดหยาด"น้อยคอยตามถามยามเหงา  ครั้งที่เราขาดเกลอเผลอวอนขอ

          ให้เป็นเพื่อนคุยด้วยช่วยถักทอ                    ก้อเพียงพอต่อสุขทุกข์ผ่อนคลาย

               "หยดหยาด"ยามยลย้ำเย็นยะเยือก         สอนให้เลือกคุมต้นค้นจุดหมาย

          อารมณ์เย็นดั่งน้ำคงสบาย                          มากสหายที่ชอบปลอบประโลม

               "หยดหยาด"ถ้าดุร้ายเป็นสายห่า            ดูไร้ค่าท้าดันพลันถาโถม

           เปรียบดังคนสิ้นคิดจิตทรุดโทรม                ทั้งครามโครมทำท้อขออย่าเจอ

                "หยดหยาด"ย่างเข้าสู่ฤดูหยด               มิเคยงดเช้าค่ำสม่ำเสมอ

           สิ่งดีไว้ให้รู้คู่กายเธอ                                 สิ่งร้ายเหรอชะล้างไปกับมัน...

                                                                                                     มะรุตะ

 

....เขียนถึงหยาดฝนยังไม่วาย ให้พาไปหาคนที่คิดถึงอีกแน่ะ แหะ แหะ...

              

                                                              

06 Juli

"สื่อความหมายจากเพื่อนน้อยทั้งห้า"

...วันนี้ว่าด้วยเรื่องใกล้ตัวกันดีกว่า บทนี้เขียนตอนทำงานสำรวจพลอยอยู่ที่จังหวัดแพร่ นั่งมองมือตัวเอง เลยสื่อเป็นภาษาออกมา มาเรียนรู้ภาษาไทยแปลก ๆ สักสี่ห้าคำดีกว่า อาจจะมีคำที่เพิ่งรู้ก้อได้นะ...

 

                                                             "นิ้ว"

                     อัน"อังคุฐ"สะดุดที่ความดีซึ่ง        ผมคนหนึ่งยกให้ว่างามเหลือ

               เจรจาพาทีมีจุนเจือ                           สุดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เหล่าชน

                    "ดรรชนี"ชี้บอกควรยกย่อง             ประกาศก้องผองเพื่อนเกลื่อนถนน

              ความรักชอบตอบมาจากทุกคน            เหมือนต้องมนต์ปนเสน่ห์เล่ห์ตัวเธอ

                    "มัชฌิมา"พาคิดจิตสว่าง               ไม่เป็นกลางลางบอกว่าตนเผลอ

              รู้สึกดีมีใจให้เมื่อเจอ                            เฝ้าพร่ำเพื้อเสนอหน้าท้าสุขใจ

                    "อนามิกา"ของคุณอยากจะฝาก      เพียรลำบากหาพลอยสวยสดใส

             ประดับแหวนแสนพิเศษกว่าใครใคร       ทำจากใจใครขอรอรับจริง

                    "กนิษฐา"เรียวงามตามความเห็น     ขอเก็บเป็นนิ้วรอของเจ้าหญิง

             ไว้เกี่ยวก้อยร้อยกันพลันพึ่งพิง               คงดียิ่งถ้าคือผมที่รักคุณ...

                                                                                                มะรุตะ

...มองเพื่อนน้อยทั้งห้าของมือขวา มันก็ร่วมมือกันสัมผัสและนำพาปากกาให้โลดแล่นไปบนกระดาษ ด้วยประการฉะนี้....

03 Juli

"แม้...แต่" คำสองคำที่ดูขัดแย้ง...

         แม้...แต่ คำสองคำที่เรา ๆ ท่าน ๆ ใช้กันบ่อย อย่างเช่น "ถึงแม้ว่า..แต่ก็นะ"   ก็แปลกเนอะ คนเราสร้างสองคำนี้ ขึ้นมาขัดแย้งกันในประโยค สร้างข้อแม้ให้กับชีวิต แต่บางครั้ง(แน่ะ มาละแต่คำแรก)ถ้าเราส่งข้อความของคำว่าแม้ ไปในทางที่คิดลบ คำว่าแต่นี่ช่วยได้มากเลย...
 
          มีแต่บอกให้เลิกนั่งจ้องหน้าจอจ๋า... โอเค โอเค โทรไปหาก๊ะได้ อิอิ...
 
                                                          "แม้..แต่"
 
          เพียงคำหวานสอนประสานจากเสียงสาย       สุดผ่อนคลายเฝ้าตรมกับสมหวัง
       ความสุขล้ำล้นพ้นปนประดัง                           พร้อมเพรียงบังเกิดขึ้นเป็นการดี
       แม้ไม่ค่อยพบหน้าท้ารู้สึก                               แม้เพียงนึกถึงกันพลันสุขี
       แม้อยู่ห่างกันไกลใช่ไม่ดี                                แต่อยู่ที่ใจให้ไว้เพื่อใคร     
       แม้ยังคิดเมือเจอเกิดเธอเปลี่ยน                      แม้ยังคิดขีดเขียนเพียรสงสัย
       แม้ยังคิดจิตเศร้าพาเหงาใจ                            แต่กลไกในรักจักเกิดเอง
       แม้ไม่คาดไม่เคยเผยโอกาส                            แม้ไม่คาดไม่เคยคิดข่มเหง
       แต่คงเคยคงคาดคิดกลัวเกรง                         และเคยคาดไปเองว่าเป็นจริง....
                                                                                              มะรุตะ
 
         ..... แม้จะอยู่ไกลกันสักแค่ไหน แต่ใจผมอยู่ใกล้คุณเสมอ คิดถึงนะ...
01 Juli

จิตอ่อน ๆ คุยกะหน้าจอคอม เอิ๊ก เอิ๊ก...

      ...สำหรับบรรดาท่าน ๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอมอนิเตอร์จนเป็นนิจ บางคนเค้าก็เอารูปใครคนหนึ่ง ใครคนนั้น คนไกลที่คิดถึงมาสร้างเป็น Desktop นะไว้อยู่เป็นเพื่อนยามเหงา เคยบ้างมั๊ย ที่เรามานั่งคุยกับเค้า..
 
"หน้าจอ...จ๋า"
"หน้าจอ...จ๋า                                 อยากถามหาความคิดถึง
เพียงแค่ยังรำลึกนึกคำนึง                   พึงตราตรึงจึงรักประจักษ์รอ
หน้าจอ...จ๋า                                   อยากถามหาความรักหนอ
 เพียงแค่ยังรำลึกนึกชอบพอ                  คงได้ขอทอฝันมั่นจีรัง
หน้าจอ...จ๋า                                  อยากถามหาความวาดหวัง
เพียงแค่ยังรำลึกนึกจริงจัง                  และรอฟังคำหวานจากตัวเธอ
หน้าจอ...จ๋า                              อยากถามหาความพลั้งเผลอ
เพียงแค่ยังรำลึกนึกเลิศเลอ                พร้อมละเมอเพ้อพร่ำในความงาม
หน้าจอ...จ๋า                                        อยากถามหาถึงคำถาม
เพียงแค่ยังรำลึกนึกคิดตาม                 ว่าเป็นความรำลึกนึกคนเดียว..."
                                                                               มะรุตะ 
 
     ... ก็แปลกดีนะ นั่งคุยกับสิ่งไม่มีชีวิต ทำยังไงได้ล่ะ บางครั้งมันไม่มีใครคุยด้วยจรืง ๆ นี่ เหงา เนอะ....
29 Juni

มารู้จักกับ "เหงา" ที่เต็มพิกัดกันดูบ้าง...

        ...หลังจากที่ย้ายไปทำงานที่สุมาตรามาเกือบปี ตอนนี้ได้มีโอกาสกลับมาที่บอร์เนียว มายืนที่จุดเดิมในค่ำคืนวันใหม่ กับบ้านพักหลังเดิม โคมไฟดวงเดิม ๆ ทำให้อดคิดไม่ได้ ถึงเมื่อก่อนที่มาทำงานประเทศนี้ครั้งแรก เราพบอุปสรรคนานับประกานของสามเดือนแรกที่มาตรงนี้ เมื่อสองปีกว่าที่ผ่านมา...
 
"เหงา"
"ยืนเดียวดายคลายทุกข์พลันฉุกคิด      พึงพินิจจิตถามถึงความเหงา
มองดวงโคมประโลมใจใครบรรเทา            ทอดเป็นเงาตามตัวคือเพื่อนกาย
แลดาวดวงทั่วฟ้าพาคำถาม                   เป็นบทความร้อยจำคำหลากหลาย
อยากรู้นู่นรู้นี่อีกมากมาย                     คุยกับปลายฟ้างามว่าทำไม
เหตุใดเราต้องมาอยู่ตรงนี้                   เหตุใดที่ห่างบ้านพานสงสัย
เหตุใดเหนื่อยแสนเหนื่อยเมื่อยกายใจ            เหตุใดไกลจากคนที่เฝ้ารอ
มีคำตอบมากมายคลายคำถาม                 มีถ้อยความตามหลังยังพึงขอ
มีเหตุผลดลใจให้เพียงพอ                  เพียรถักทอต่อฝันมั่นจริงจัง
อนาคตทำเพื่อคนคนหนึ่ง                  มอบให้ถึงคนซึ่งพึงคาดหวัง
กล่าวออกมาจากใจไม่ปิดบัง              ไม่หยุดยั้งก่อร่างสร้างมั่นคง
แม้ลำบากยากเข็ญเป็นต้องสู้             ทั้งใจรู้อาจแตกเป็นผุยผง
ความรักทำเปลี่ยนได้บอกตรงตรง               ว่าจะคงตรากตรำทำเพื่อเธอ..."
                                                                                มะรุตะ
 
         ... บางครั้ง ตัวอักษรที่โลดแล่นเป็นกลุ่มคำ ร้อยเรียงสร้างความหมาย อาจจะเป็นเพื่อนที่ดี ที่ช่วยแก้ปัญหา ตอบคำถามอะไรบางอย่างให้กับเราได้ แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ แรงบันดาลใจ จากคนที่เรา คิดถึง...
27 Juni

เรามาเปลี่ยนกลอนหก เป็นกลอนเจ็ดแปดเก้า ไว้ใส่ดนตรีกันดีกว่า...

จากครั้งที่แล้ว ได้พร่ำพรรณนา ผืนฟ้า ท้องทะเลที่หาดจอมเทียน เป็นกลอนหก.. เราเอาความรู้สึกตรงนั้นมา ทำให้กระชับกันดีกว่า...

บทกลอน ไม่ว่ามันจะมีอยู่เท่าไหร่ มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกัน อยู่ที่คว่ามรื่นรมย์ของทำนองและเราจะจินตนาการไปกับมันได้มากขนาดไหน...

 

                                     "ท้องฟ้า...จินตนาการ"

      "เหม่อมองฟ้าตามจินตนาการ              สอดประสานความกว้างใหญ่ให้ใครเห็น

มองแล้วเพลินในยามเย็น                        อยากเป็นฟ้างามตามดูแลเธอ

      หรือจะเป็นอาทิตย์ที่ลอยล่อง              ไว้คอยปกป้องตอนเธอเผลอ

ให้ไออุ่นทุกครั้งเมื่อเจอ                           สุขเสมอเมื่อได้อยู่เคียง

    เธอเหมือนเมฆน้อยที่ลอยเกลื่อนฟ้า         สวยตรึงตรากว่าสิ่งไหน

ขาวสะอาดยิ่งกว่าสิ่งใด                            จับใจให้หลงรักเธอ

     แม้ยามค่ำแลจันทร์ที่ลอยเด่น                แบ่งจันทร์เพ็ญเต็มดวงสวยเสมอ

ครึ่งหนึ่งอยากฝากให้กายเธอ                      อีกครึ่งมอบไว้กับใจ

     หรือจะดาวที่แพรวพราวอยู่                    ไว้เป็นผู้เข้าฝันยามหลับไหล

ให้ส่งถึงคนที่ห่างไกล                               ว่าจากใจคนคนหนึ่งคิดถึงเธอ..."

                                                                              มะรุตะ

 

จบที่ความคิดถึงคนที่อยู่ไกลอีกละ เฮ้อ... ลองไปใส่คอร์ดได้นะ กลอนนี้ รุ่นน้องเอาไปร้องเป็นเพลงกันด้วย...

25 Juni

เรียงร้อยคำพร่ำอักษร วอนหาดทรายชายมองตาม ถึงฟ้าครามเมื่อยามเย็น...

"ผืนฟ้า...ท้องทะเล"

"ฟ้าครามตามที่เราคิด     พินิจวิเคราะห์ทั้งผืน

กว้างไกลไปทุกวันคืน          แห่งอื่นหนใดใครรู้

มองแล้วแผ้วเห็นอิสระ         พบปะไปทุกแหล่งอยู่

อยากลองเป็นฟากฟ้าดู         ได้อยู่คู่กายแลคุณ...

อาทิตย์ลอยล่องส่องฟ้า    พบหน้าพาให้ไออุ่น

ปกป้องกอบเกื้อการุณย์           เจือจุนคุณไปตลอดกาล

แสงแดดแผดผ่องป้องปิด         ใครคิดมิดีล้างผลาญ

เรียกพ้องส่องสาดบาดนาน        คนพาลแพ้พ่ายเต็มตา...

เมฆาขาวสวยราวกับ            สาวนับจับจองครองหล้า

คือเธอน่ารักงามสง่า                 ใบหน้าผ่องใสใจดี

เมฆน้อยลอยล่องตามลม            กล่าวชมหญิงงามตามที่

ความจริงใจคิดตามนี้                 หญิงนี่เลอเลิศตามตัว...

เขาสูงเขากล้าเขาแกร่ง         เขาแห่งจอมเทียนเวียนหัว

เขายั้งยิ่งใหญ่ไปทั่ว                 ข้ากลัวเขามัวมองเมิน

เขายิ่งรำคาญคนง่าย                 เขาชายหน้าหนีขัดเขิน

เขาจับใจยากเหลือเกิน              ข้าเพลินยามเห็นเขางอน...

เห็นเกาะเลาะอยู่ลิบลับ               ระยิบระยับงามสลอน

เปรียบได้กับการตัดรอน               ถูกถอนมิตรภาพจากกัน

ตัวเราคล้ายถูกปล่อยเกาะ             จงเจาะเร่งหนีจากฉัน

เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวเที่ยววัน        นอนฝันคนเดียวตลอดไป...

ทะเลแลชั้นเกรียวคลื่น               คอยกลืนกินทุกสิ่งได้

รุนแรงเปรียบกับคลื่นใหญ่                 สดใสเปรียบเป็นคลื่นเบา

ยามโกรธคลื่นยลสูงสุด                    จนฉุดไม่หยุดสิ่งเร้า

คราวดีดีเกินคาดเดา                        คนเราเดี๋ยวร้ายเดี่ยวดี...

ร่ายกลอนจนตอนฟ้าค่ำ               ดื่มด่ำกับเสี้ยวจันทร์ศรี

แสงสาดส่องยามราตรี                     เปรมปรีภายใต้จันทร์นวล

เสี้ยวจันทร์พลันเปรียบเสี้ยวหนึ่ง         เสี้ยวซึ่งครึ่งใจเสสรวล

ครึ่งแรกมอบให้กายควร                   อีกส่วนครึ่งให้ใจเธอ...

อีกทั้งดาวดวงทั่วฟ้า                  มองมาคล้ายดาวยิ้มเผลอ

อ๋อ!เจ้าหัวเราะนะเกลอ                    ที่เจอข้าทุกข์ร้อนใจ

วอนดาววาววับจับจิต                       ส่งคิดถึงใครได้ไหม

ขอฝากดาวน้อยกลอยใจ                  ส่งไปให้ถึงนงคราญ...

เม็ดทรายรายนับพันหมื่น             ถูกคลื่นซัดมาเป็นล้าน

โถ!ทรายผู้น่าสงสาร                       ถูกมารคลื่นร้ายรังแก

คงเหมือนใจผมคนนี้                       คนที่ถูกทิ้งเหลือแต่

ความว่างเปล่าเปลี่ยวเหี่ยวแท้             ผู้แพ้พ่ายตายทั้งเป็น...

กลอนกล่าวให้ได้แต่หวัง              จริงจังไปไร้สงสาร

ไม่มีที่รู้ดูกาล                                ผมพานหมดความมั่นใจ

คงใช่ที่ยังคิดมาก                       คงยากที่เป็นไปได้

คงเพราะที่ผมหรือไร                        คงไกลจากความเป็นจริง..."

                                                                                              มะรุตะ

 
Foto 1 von 6
Es wurden noch keine Listenelemente hinzugefügt.
Dieser Space enthält keine Musiklisten.